|
นิยามอาชีพ ปฏิบัติงานพื้นฐานทั่วไปเช่นเดียวกับบรรณารักษ์ แต่มีความรู้เฉพาะสาขาวิชา เช่น มีความรู้เฉพาะด้าน เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กฎหมาย แพทย์ ประวัติศาสตร์ เป็นต้น ดำเนินงานศูนย์บริการสารสนเทศ หรือห้องสมุดตามนโยบาย จัดระบบงาน และจัดเก็บหนังสือวารสาร สิ่งพิมพ์ และสื่อในรูปแบบต่างๆ ตามระบบห้องสมุด เช่น ไมโครฟิลม์ ฟิล์มภาพยนตร์ โสตทัศนวัสดุ และวัสดุ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คัดเลือกและจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ ประมวล ประเมินสารสนเทศที่มีอยู่ และบริการสืบค้นข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ หรือพัฒนาเพื่อส่วนรวมของประเทศชาติ และรณรงค์ให้ประชาชนเกิดสำนึกในเรื่องการแสวงหาสารนิเทศอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่จะเข้าถึงสารนิเทศได้อย่างเท่าเทียมกัน
ลักษณะของงานที่ทำ ผู้ประกอบอาชีพนี้ ที่มีความรู้เฉพาะด้าน อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามองค์กร หรือสถานประกอบกิจการ เช่น ศูนย์บริการเอกสารการวิจัยแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จะเรียกว่านักวิทยาศาสตร์เพื่องานเอกสาร เป็นต้น ส่วนการปฏิบัติงานนั้น อาจแบ่งออกเป็นการทำงานประจำ งานประเภทผลัดเปลี่ยนเวร และงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งลักษณะงานสังเขปมีดังนี้ 1. ดำเนินงานตามนโยบายขององค์กรหรือสถานประกอบกิจการ 2. จัดหาและรวบรวมสารนิเทศ แสวงหาข้อมูล โดยรวบรวมด้วยตนเอง หรือรวบรวมจากผู้อื่นให้เป็นแหล่งค้นคว้าทางวิชาการ หรือตามวัตถุประสงค์ขององค์กร 3. จัดระบบ ทำหน้าที่วิเคราะห์เนื้อหาของสาระ ข่าวหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร ข้อความจากวิทยุและโทรทัศน์ จำแนกหมวดหมู่ จัดระบบสารนิเทศ กำหนดดรรชนี จัดทำสาระสังเขป และใช้เครื่องมือช่วยค้นสารนิเทศ เพื่อการค้นคว้าสารนิเทศได้อย่างเป็นระบบสะดวกรวดเร็ว 4. การประมวลผลสารนิเทศที่ได้มา เพื่อให้มีความหมาย กระชับ ชัดเจน มีประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้ทันที โดยการประมวลผลอาจใช้เทคนิคและอุปกรณ์เข้าช่วย เช่น การประมวลผลด้วยระบบมือ หรือคอมพิวเตอร์ จัดการให้บริการสารสนเทศ การจัดเก็บ และค้นคืนสารนิเทศ รวมถึงประเมินผลลัพธ์ที่ได้และจัดเตรียมให้อยู่ในรูปที่จะบริการแก่ผู้มาใช้ต่อไป 5. เป็นตัวกลางที่ดีในการถ่ายทอด สร้างทัศนคติที่ดีต่อการใช้สารสนเทศ และกระตุ้นให้เกิดมีการใช้กระจายสารนิเทศเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงสารนิเทศได้ง่าย มีประสิทธิภาพและทั่วถึง และให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการเชื่อมโยงทางวิชาการ วัฒนธรรมระหว่างกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในรูปแบบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สิ่งพิมพ์ การจัดนิทรรศการ สัมมนา เป็นต้น 6. ให้ความร่วมมือประสานงาน แลกเปลี่ยนกิจกรรมสารนิเทศ ตามที่ได้รับมอบหมายกับองค์กรภายในประเทศ 7. ให้ความร่วมมือและประสานการปฏิบัติงานในกิจกรรมสารนิเทศระหว่างประเทศ เช่น การเข้าเป็นสมาชิก ประจำประเทศไทยของสหพันธ์เอกสารนานาชาติ (International Federation for Information and Documentation–FID) หรือ ข่ายงานสารนิเทศด้านต่างๆ เช่น ข่ายงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิค ข่ายงานการแลกเปลี่ยนสารนิเทศด้านสมุนไพรและพืชหอมในภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิค ข่ายงานสารนิเทศด้านสังคมศาสตร์ในภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิค หรือข่ายงานกับองค์การสื่อสารมวลชนนานาชาติ เป็นต้น 8. ผลัดเปลี่ยนเวรในการให้บริการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลบรรณานุกรมทรัพยากรสารสนเทศ ฐานข้อมูลดรรชนี ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงให้คำแนะนำแหล่งสารนิเทศเฉพาะด้าน หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ใช้สารสนเทศ เช่น บริการรายชื่อวารสารเฉพาะด้าน ในประเทศไทย บริการแปลเอกสาร บริการจัดทำบรรณานุกรมทั้งในรูปสิ่งพิมพ์และ CD–Rom บริการข้อสนเทศเฉพาะบุคคล บริการจัดพิมพ์วารสารสังเขป หรือวิเคราะห์เจาะลึก เช่น ผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข้อมูลทางด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ข้อมูลทางด้านการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าชนิดต่างๆ บริการเผยแพร่ผลงานวิจัย และสิ่งพิมพ์ทั้งหมดขององค์กร โดยการจัดจำหน่าย
สภาพการการจ้างงาน ผู้ปฏิบัติอาชีพนี้ในภาครัฐ อาจเป็นทั้งข้าราชการ หรือลูกจ้างชั่วคราว จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ในระดับวุฒิการศึกษาปริญญาตรี 7,260 บาท ได้รับสวัสดิการและอื่นๆ ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ปฏิบัติงานสัปดาห์ละ 5 วันๆ ละ 8 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.30 น. บางแห่งอาจเปิดให้บริการ จนถึง 20.00 น. ในภาครัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนประมาณ 9,000 – 12,000 บาทได้รับสวัสดิการ โบนัส และอื่นๆ ตามเงื่อนไขข้อตกลงกับผู้ว่าจ้างในการบรรลุเป้าหมายทางการตลาด ที่ตั้งเป้าหมายไว้ ปฏิบัติงานสัปดาห์ละ 5 – 6 วันๆ ละ 8 ชั่วโมง เวลาในการปฏิบัติงานอาจยืดหยุ่นได้เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ
สภาพการทำงาน ทำงานในหอสมุด หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด ศูนย์บริการสารสนเทศ ที่มีทั้งห้องและชั้นเก็บหนังสือ รวมทั้งสื่อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำงาน โดยอาจจัดแบ่งเป็นส่วนหรือห้องตามประเภทสารสนเทศที่จัดเก็บ หรือห้องปฏิบัติงาน เช่น ห้องเก็บภาพ ห้องเก็บไมโครฟิล์ม ที่มีการปรับอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ในการเก็บฟิล์ม ไมโครฟิล์ม ดิสก์ หรือแถบเสียง เทปบันทึกภาพต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้อาจต้องปฏิบัติการ ในห้องเฉพาะต่างๆ เพื่อการบริการ เช่น ห้องอ่านไมโครฟิล์ม ห้องปฏิบัติการฟังหรือชมภาพยนตร์ หรือวิดีทัศน์ ห้องล้างฟิล์ม ห้องซ่อมหนังสือ ห้องนิทรรศการ และห้องประชุมสัมมนา ห้องสำเนาเอกสาร เป็นต้น ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้อาจต้องใส่เครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่ในบางหน้าที่ เช่น จัดเก็บ ดูแล และหยิบเอกสารเก่า ซึ่งอาจต้องใส่เสื้อกาวน์ ถุงมือ และผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันฝุ่น กลิ่น หรือสารเคมี เป็นต้น การปฏิบัติงานในศูนย์บริการสารสนเทศหรือห้องสมุดของเอกชน เช่น ของสื่อมวลชนทุกแขนง ผู้ประกอบอาชีพนี้อาจต้องดูแลการเก็บเงินค่าบริการ เช่น ค่าสมาชิก ค่าบริการข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น
คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ 1. เพศหญิง หรือเพศชาย 2. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือระดับปริญญาโท คณะศิลปศาสตร์ สาขาบรรณารักษ์ศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเฉพาะด้าน หรือวิทยาการจัดการ 3. มีความชำนาญด้านการจัดการและพัฒนาเทคนิคระบบสารสนเทศ 4. สามารถจัดการปัญหาในเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ 5. มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในเชิงสร้างสรรค์ 6. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ 7. ควรมีความรู้ด้านภาษาต่างประเทศนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ซึ่งจะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ
ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้ ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์ หรือสายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า สอบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ ตามเกณฑ์การคัดเลือกและคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนคณะสาขาวิชาบรรณรักษ์ศาสตร์ หรือสารสนเทศศาสตร์ ที่แต่ละแห่งกำหนดไว้
โอกาสในการมีงานทำ ปัจจุบัน รัฐบาลกำหนดนโยบายให้ประเทศเป็นรัฐบาล e–government ในการให้บริการประชาชน และความก้าวหน้าทางวิทยาการยุคการสื่อสารโทรคมนาคมแบบไร้สายที่เชื่อมเครือข่ายการสื่อสารของโลกนั้น สามารถทำให้ประชาชนทั่วโลกรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้เร็วขึ้น ทันเหตุการณ์ และทันเวลาจริง ซึ่งจะทำให้ประชากรในภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงและใช้บริการจากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่ให้บริการทางด้านสารทนเทศ ได้จากที่บ้าน หรือที่ทำงานได้ เพื่อนำสารสนเทศที่ต้องการไปประกอบการทำงานในอาชีพ หรือวางแผนงานในเชิงลึก หรือกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ และได้รับประสิทธิผลใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนั้น โอกาสในการทำงานของผู้สนใจในการประกอบอาชีพนี้ จึงเปิดกว้าง และมีความต้องการบุคลากรที่มีศักยภาพเพื่อจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ ในการทำฐานข้อมูล (Data base) แหล่งทรัพยากรสารสนเทศและการให้บริการ ของหน่วยงานบริการดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งมีอยู่มากมายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งห้องสมุดเสมือน Virtual Computer Library
โอกาสในความก้าวหน้าในอาชีพ ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องหมั่นศึกษาค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี เมื่อมีประสบการณ์และมีความสามารถ อาจได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็น หัวหน้าส่วนงาน ผู้จัดการ จนถึงผู้อำนวยการและหรืออาจได้รับได้รับการเลื่อนตำแหน่งในตำแหน่งสูงสุดขององค์กรที่กำหนดไว้ ในภาคราชการต้องมีผลงานทางวิชาการเพื่อประกอบการพิจารณา
อาชีพที่เกี่ยวข้อง เลขานุการ ครู–อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และนักวิเคราะห์ทางด้านการตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศ นักเขียนสารคดี นักเขียนประวัติศาสตร์ นักข่าว นักเขียนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แหล่งข้อมูลอื่นๆ ศูนย์บริการเอกสารการวิจัยแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย www.tistr.or.thคณะศิลปศาสตร์ – บรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาบรรณรักศาสตร์และสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาบรรณรักษ์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สาขาบรรณรักษ์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา คณะศิลปศาสตร์ สาขาบรรณรักษ์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะศิลปศาสตร์ – บรรณรักษ์ศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะศิลปศาสตร์ สาขาบรรณรักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ สถาบันราชภัฏจันทรเกษม สาขาบรรณรักษ์ศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัย www.mua.go.th แหล่งที่มาของข้อมูล : http://www.doe.go.th/vgnew/careersinfo/careersin/major_detial2.asp?qstd_id=3&qstdsub_id=112
|